Widget Image
About Us
Lorem ipsum dolor sit amet, movet iisque luptatum per ut. Duo te sonet accusata sadipscing, mollis dissentiet an eam, te qui brute apis.
Contact Us
INFO@AUTOSERVICES.COM
1-779-333-67992
ROTTERDAM, NE/33E

คำถามที่พบบ่อย

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้โครงการคลินิกแก้หนี้เพื่อลดภาระและลดความกังวลใจเกี่ยวกับการชำระหนี้

1. จุดประสงค์ ระยะเวลาของมาตรการ และผู้ที่ได้รับสิทธิตามมาตรการนี้

• มาตรการนี้มุ่งลดภาระดอกเบี้ยจ่ายและลดความ กังวลใจของลูกหนี้ในโครงการคลินิกแก้หนี้ที่รายได้ลด และกังวลใจว่าจะจ่ายหนี้ไม่ได้
• เป็นระยะเวลา 6 เดือน เมษายน-กันยายน 2563 และขยายระยะเวลาจนถึง มิ.ย. 64
• ลูกหนี้ของโครงการคลินิกแก้หนี้ได้รับสิทธิทุกคน

2. ต้องทำอะไรบ้าง เพื่อรับสิทธิตามมาตรการครั้งนี้

ลูกหนี้ของโครงการทุกคนได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องโทรมาที่ Call Center เพื่อขอรับสิทธิ

3. การเลื่อนกำหนดชำระค่างวด คืออะไร และมีผลอย่างไร

• การเลื่อนกำหนดชำระค่างวดออกไป
• โครงการฯ ผ่อนปรนถ้าไม่สามารถจ่ายค่างวดได้เต็มจำนวน จะไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ และไม่เสียประวัติในฐานข้อมูลเครดิต
• การเลื่อนกำหนดชำระค่างวด เป็นเพียงการผ่อนปรนเลื่อนวันครบกำหนดชำระออกไปเท่านั้น ภาระที่จะคืนยังมีอยู่เหมือนเดิม ในช่วงนี้แม้ว่าจะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย แต่ดอกเบี้ยยังเดินอยู่ตามปกติ

4. ช่วง 6 เดือนนี้ถ้าจ่ายงวดได้ไม่ครบ จะมีผลต่อประวัติการผ่อนชำระในฐานข้อมูลเครดิตบูโรหรือไม่

วันกำหนดชำระค่างวดได้เลื่อนออกไป 6 เดือน ดังนั้นในช่วงนี้ถ้าจ่ายค่างวดได้ไม่ครบ หรือจ่ายไม่ได้เลย จะไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ ประวัติจึงไม่เสีย

5. สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพ ที่สามารถจ่ายได้ตามปกติควรจะทำอย่างไร ?

• ถ้าท่านเป็นลูกหนี้ที่มีศักยภาพ มีเงินพอที่จะชำระหนี้ตามแผนเดิม ท่านควรจ่ายชำระตามแผนเดิม เพราะจะทำให้ภาระหนี้ของท่านลดลง
• การผ่อนชำระเข้ามาตามปกติในช่วงนี้จะทำให้ได้รับสิทธิพิเศษลดดอกเบี้ย 2% จากอัตราปกติ
• มาตรการผ่อนปรนการชำระค่างวดเป็นเพียงการผ่อนปรนเลื่อนกำหนดชำระออกไปเท่านั้น และช่วงที่เลื่อนออกไปยังคิดดอกเบี้ยตามปกติ

6. มาตรการผ่อนปรนในครั้งนี้หมายความว่าลูกหนี้ที่มีศักยภาพไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ตามปกติใช่หรือไม่

ไม่ใช่ ลูกหนี้ที่มีศักยภาพยังคงสามารถชำระได้ตามปกติ มาตรการในครั้งนี้มุ่งบรรเทาผลกระทบ ให้กับผู้ที่จ่ายไม่ได้เป็นสำคัญ

7.ทำอย่างไรเพื่อที่จะทำให้ได้รับสิทธิการลดดอกเบี้ยให้ 2% ? ต้องจ่ายชำระค่างวดเท่าไรถึงจะได้รับสิทธินี้ ?

• ลูกหนี้ของโครงการที่มีการผ่อนชำระเข้ามาต่อเนื่อง ในช่วงนี้จะได้รับการปรับลดดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องโทรมาเพื่อขอรับสิทธิ
• ทุกท่านที่มีการจ่ายชำระค่างวดเข้ามาจะได้รับสิทธิลดดอกเบี้ย แต่อย่างไรก็ดีโครงการแนะนำว่าให้จ่ายชำระเข้ามาครึ่งหนึ่งถ้าทำได้

8. ปัจจุบันยังไม่ได้เข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ แต่สนใจและจะสมัครช่วง เม.ย.-ก.ย. 63 จะสามารถได้รับสิทธิตามมาตรการที่ประกาศหรือไม่

• ผู้สนใจจะได้รับสิทธิตามมาตรการถ้าสมัครในระยะ 6 เดือนที่กำหนด
• อยากจะแนะนำให้รีบสมัครจะได้ลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงค่อนข้างมาก และอัตราดอกเบี้ยที่โครงการคิดถือว่าผ่อนปรนมากเมื่อเทียบกับอัตราปกติในตลาด และยังสามารถผ่อนชำระได้นานถึง 10 ปี

9. ผู้ที่เคยเป็นลูกหนี้ในโครงการ แต่ด้วยเหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถจ่ายและต้องออกจากโครงการไป จะสามารถรับสิทธิตามโครงการได้หรือไม่

ปัจจุบันมีการผ่อนปรนให้ลูกหนี้ที่ออกจากโครงการไปในช่วงปี 2560-61 ให้สามารถกลับเข้าโครงการได้ โดยจะได้ข้อเสนอเหมือนเดิมทุกอย่างไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม  และถ้ากลับเข้าโครงการในช่วงนี้ก็จะได้สิทธิประโยชน์ตามมาตรการล่าสุดด้วย

10. ปัจจุบันที่มีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) คลินิกแก้หนี้ยังเปิดทำการหรือไม่ และถ้าต้องการติดต่อทางคลินิกแก้หนี้ควรทำอย่างไร

คลินิกแก้หนี้ยังเปิดดำเนินการตามปกติ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 17.00 น. เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลง  แต่อย่างไรก็ดี เพื่อช่วยชาติลดโอกาสการติดเชื้อ แนะนำให้ติดต่อโครงการผ่านช่องทางอื่นๆ ดังนี้
1. Line @debtclinicbysam มีข้อสงสัยคำถามใดๆ ทางโครงการจะติดต่อกลับ หรือ
2. Website : www.คลินิกแก้หนี้.com; www.debtclinicbysam.com ท่านสามารถสมัคร เข้าโครงการผ่านช่องทางนี้ได้
3. Call Center โทร 0 2610 2266

ความเป็นมาของโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

1. โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคล ที่ไม่มีหลักประกันคืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร
  • ปี 2560 โครงการคลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 1 เกิดขึ้นจากความคิดริเริ่มของธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความร่วมมือจากสมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้ค้างชำระอยู่กับธนาคารเจ้าหนี้ให้สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้เบ็ดเสร็จครบวงจรในที่เดียว ธนาคารเจ้าหนี้ 16 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ มอบหมายให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เป็นหน่วยงานกลางเชื่อมโยงระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ทุกราย ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการวางแผนและวินัยทางการเงินที่ดี เพื่อสร้างค่านิยมที่ถูกต้องด้านการลดความฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย และสร้างเสริมสุขภาพทางการเงินที่ดีให้แก่คนรุ่นใหม่ในสังคม นำไปสู่การลดปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนทั้งทางตรงและทางอ้อม
  • ปี 2562 โครงการคลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 2 ขยายขอบเขตให้รวมลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของผู้ประกอบการ non-bank 19 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงลูกหนี้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่ 15 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป ทำให้โครงการคลินิกแก้หนี้สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกในการแก้ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างกว้างขวางและครบวงจรอย่างแท้จริง
  • ปี 2563 โครงการคลินิกแก้หนี้เดินหน้าเข้าสู่ “ระยะที่ 3” โดยได้ขยายขอบเขตให้สามารถแก้ไขหนี้บัตรที่มีเจ้าหนี้รายเดียว และหนี้บัตรที่อยู่ในกระบวนการของศาลและมีคำพิพากษาแล้ว รวมทั้งปรับปรุงคุณสมบัติผู้เข้าโครงการจากเดิมต้องมีหนี้บัตรที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2562 มาเป็นวันที่ 1 มกราคม 2563 และปรับเงื่อนไขจากเป็นหนี้เสีย (NPL) ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 มาเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เมื่อช่วงปลายปี
  • ปัจจุบันโครงการฯ ได้ปรับปรุงคุณสมบัติผู้เข้าโครงการจากเดิมต้องมีหนี้บัตรที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 มาเป็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564
2. วัตถุประสงค์ของโครงการฯ คือ อะไร

เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้กับเจ้าหนี้หลายราย  โดยเป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน เพื่อให้มีโอกาสแก้ปัญหาหนี้ ควบคู่กับการส่งเสริมเรียนรู้การวางแผนและสร้างวินัยทางการเงินที่ดีให้แก่ลูกหนี้และประชาชนที่สนใจ เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

3. คลินิกแก้หนี้คืออะไร

คลินิกแก้หนี้ คือ หน่วยงานกลางที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้แทนเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินและผู้ประกอบการทางการเงินทุกรายของลูกหนี้อย่างครบวงจร ภายใต้เกณฑ์และกรอบกฎหมายที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้ประชาชนมีโอกาสปลดหนี้สินล้นพ้นตัวได้ นอกจากนี้ยังให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนให้มีการวางแผนและบริหารการเงินที่ดี เพื่อจะไม่ตกอยู่ในวังวนของการมีหนี้สินล้นพ้นตัวอีก

4. คลินิกแก้หนี้มีบทบาทหน้าที่อย่างไร
  1. เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้แทนเจ้าหนี้สถาบันการเงินของลูกหนี้อย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้ประชาชนมีโอกาสปลดภาระหนี้สินด้วยความสมัครใจ
  2. ปฎิบัติงานร่วมกับธนาคารเจ้าหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ ตามหลักเกณฑ์การปรับโครงสร้างหนี้ เงื่อนไขและแนวทางการปฏิบัติงานซึ่งทุกฝ่ายได้ตกลงเห็นชอบร่วมกัน
  3. ให้ความรู้ด้านการเงิน เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนเพื่อให้สามารถบริหารจัดการหนี้สินของตนเองได้
5. โครงการฯ มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชนอย่างไร?

หากลูกหนี้ที่มีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีเจ้าหนี้หลายรายและต้องการปลดภาระหนี้สินทั้งสิ้น โครงการฯ จะช่วยหาแนวทางการชำระหนี้ตามความสามารถที่แท้จริงของลูกหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้ได้ข้อยุติในคราวเดียว โดยจะมีโอกาสและความสะดวกมากขึ้น เพียงมาเจรจาที่คลินิกแก้หนี้ที่เดียว ก็เสมือนได้ติดต่อกับเจ้าหนี้ทุกรายแทนลูกหนี้ (One Stop Service) ซึ่งต่างจากที่ผ่านมา กรณีที่ลูกหนี้มีเจ้าหนี้หลายรายและตั้งใจจะปลดภาระหนี้สินทั้งหมด ลูกหนี้จะต้องไปเจรจากับเจ้าหนี้ทีละรายๆ จนครบทุกราย ซึ่งยากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะเจ้าหนี้แต่ละรายมีหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่แตกต่างกัน

6. เหตุใดจึงเลือกช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล

เป็นโครงการนำร่อง โดยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและมีหนี้กับธนาคารหลายแห่งจึงเริ่มต้นช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มนี้ก่อน

7. SAM คือ ใคร มีบทบาทและหน้าที่อย่างไร?

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด SAM หรือ บสส. เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ ภายใต้กำกับของ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฯ) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลัก SAM มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ดำเนินงานบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Non-performing loan : NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (Non-performing asset : NPA) มาตั้งแต่ปี 2543  เป็นหน่วยงานรัฐ ที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการคลินิกแก้หนี้ตามนโยบาย ด้วยทีมบุคลากรที่มีความรู้และทักษะในการดำเนินงานแก้ไขหนี้ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมากว่า 17 ปี

รายละเอียดคุณสมบัติ เงื่อนไขและประโยชน์ที่จะได้รับ

1. คุณสมบัติของลูกหนี้ที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการมีอะไรบ้าง
  1. เป็นบุคคลธรรมดา ที่มีรายได้ อายุไม่เกิน 65 ปี
  2. เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันของสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ
  3. เป็นหนี้เสีย (NPL) ก่อน 1 ก.พ. 64*
  4. หนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท

*ตามรายงานเครดิตบูโร ณ เดือน ม.ค. 64 ต้องมีสถานะค้างชำระ 91-120 วันขึ้นไป

2. สมัครเข้าร่วมโครงการ ผ่านช่องทางใดได้บ้าง
  1. ผ่านทางเว็บไซต์  www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com
  2. ผ่านทางไลน์@  ID : debtclinicbysam
  3. ติดต่อที่ สำนักงานโครงการ
    เลขที่ 333 อาคารเล้าเป้งง้วน 1 ชั้น 12 ซอยเฉยพ่วง
    ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
  4. ติดต่อที่ สาขาของ บสส. 4 สาขา
    – สาขาสุราษฎร์ธานี – 213/17 หมู่ 1 ถนนเพชรเกษม ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
    – สาขาขอนแก่น – 381/46-47 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ  ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
    – สาขาพิษณุโลก – 5/16-17 หมู่ 5 ถนนสิงหวัฒน์ ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
    – สาขาเชียงใหม่ – 109/4 ถนนเชียงใหม่-ลำปาง (ท.ล.11) กม.98.7 เทศบาลตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300
  5. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 0 2610 2266
3. Call Center เวลาเปิด – ปิด ทำการกี่โมง

Call Center เวลาทำการ 08.30 น. – 17.00 น.  วันทำการ คือ  วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เว้นวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

4. กรณีมีการกรอกข้อมูลในเว็บไซต์แล้ว จะมีการติดต่อกลับภายในกี่วันและหากไม่มีการติดต่อกลับ ลูกค้าควรทำอย่างไร

เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไม่เกิน 7-10 วันทำการ แต่หากลูกค้าไม่ได้รับการติดต่อกลับ ขอให้ลูกค้าโทร.มาที่ Call Center 0 2610 2266 เพื่อสอบถามเพิ่มเติม

5. สมัครเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว จะเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่ และจะได้ประโยชน์อะไร

ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ประโยชน์ที่จะได้รับ คือ ชำระเฉพาะเงินต้นค้างชำระ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราผ่อนปรนไม่เกิน 7% ตามช่วงรายได้ ระยะเวลาผ่อนชำระได้ไม่เกิน 10 ปี

6. เกณฑ์การพิจารณาเข้าร่วมโครงการเป็นอย่างไร

ลูกค้าที่มีความสมัครใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ วันที่ 1 มิ.ย. 60 เป็นต้นไป โดยจะต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ รวมถึงการวิเคราะห์ รายได้ รายจ่าย แล้วมีเงินสดคงเหลือเพียงพอในการผ่อนชำระตามเงื่อนไข

7. ต้องเตรียมตัวอย่างไร และใช้เอกสารอะไรบ้าง

จัดเตรียมเอกสารประกอบการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้

1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้สมัคร

2. เอกสารการตรวจสอบข้อมูลภาระหนี้จากเครดิตบูโร โดย ลูกค้าสามารถขอข้อมูลเครดิตบูโรได้ที่ ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร / เคาน์เตอร์ธนาคาร / ATM / Mobile App / ที่ทำการไปรษณีย์ไทย / Internet Banking

    • พนักงานประจำ
      1. สลิปเงินเดือน 3 เดือน
    • อาชีพอิสระ
      1. รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
      2. เอกสารการแสดงการเสียภาษีเงินได้ 50 ทวิ (ถ้ามี)
8. ทำไมต้องตรวจสอบข้อมูลจากเครดิตบูโร วิธีการทำอย่างไร เสียค่าใช้จ่ายเท่าไร

เพื่อให้ทราบข้อมูลภาระหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้ โดยตรวจสอบได้ที่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) หรือที่ธนาคารพาณิชย์ และที่สำนักงาน บสส. ค่าธรรมเนียมครั้งละไม่เกิน 150 บาท

9. จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นหนี้ด้อยคุณภาพ

ไม่ได้ชำระหนี้กับธนาคาร หรือ สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ ตามที่ได้กำหนดไว้ในสัญญา หรือตามที่เจ้าหนี้ได้เรียกเก็บนานติดต่อกันมากกว่า 90 วันขึ้นไป จะถือว่าเป็นหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL : Non Performing Loan) หรือเรียกง่ายๆว่า “หนี้เสีย”

10. จะมีการรายงานประวัติลูกค้าต่อบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) หรือไม่

ตามพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 บัญญัติให้สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องนำส่งข้อมูลของลูกค้าของตนแก่บริษัทข้อมูลเครดิตที่ตนเป็นสมาชิก แต่เมื่อได้นำส่งในครั้งแรกแล้ว สถาบันการเงินนั้นต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นำส่งข้อมูล แต่ไม่ต้องขออนุญาตจากลูกค้า นอกจากนั้นสถาบันการเงินสมาชิกอาจต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบในกรณีอื่นๆ

11. หนี้บัตรเครดิตทุกใบสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้หรือไม่

ต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ หรือNon Bank ที่เข้าร่วมโครงการนี้เท่านั้น

12. ธนาคารพาณิชย์ใดบ้างที่เข้าร่วมโครงการนี้

17 ธนาคาร ดังนี้

– ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด  (มหาชน)
– ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์ จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารซิตี้แบงค์ เอ็น.เอ.
– ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารออมสิน

13. Non bank ใดบ้างที่เข้าร่วมโครงการนี้

18 Non-bank ดังนี้

-บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
-บริษัท เจนเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด
-บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด
-บริษัท เทสโก้ คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด
-บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
-บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน)
-บริษัท ซิตี้คอร์ปลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
-บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด
-บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล จำกัด
-บริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล จำกัด (มหาชน)
-บริษัท ไอทีทีพี จำกัด
-บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
-บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
-บริษัท เจ ฟินเทค จำกัด
-บริษัท แมคคาเล กรุ๊พ จำกัด (มหาชน)
-บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
-บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
-บริษัท นครหลวง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

14. สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทไหนที่เข้าร่วมโครงการได้

สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่เข้าร่วมโครงการ

15. มีบัตรเครดิตหลายแห่ง ขอนำยอดมาเข้าบางส่วนได้ไหม บัตรเครดิตบางใบยังเป็นหนี้ดีอยู่จะใช้ต่อไปได้ไหม

สามารถนำยอดหนี้บัตรเครดิตเฉพาะบัตรที่เป็นหนี้เสียทุกใบมาเข้าร่วมโครงการฯ และมียอดหนี้เงินต้นคงค้างไม่เกิน 2 ล้านบาท ส่วนหนี้บัตรเครดิตที่ดีอยู่ก็ยังสามารถใช้ต่อไปได้

16. ถ้ารายได้ของลูกค้าไม่เพียงพอผ่อนชำระสามารถนำรายได้ของผู้อื่นมาช่วยผ่อนชำระได้หรือไม่

ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการคลินิกแก้หนี้ที่กำหนดไว้

17. มีหนี้นอกระบบอยู่ จะเอามาผ่อนด้วยในโครงการได้ไหม

ไม่ได้

18. หากมีทั้งยอดหนี้ผ่อนบ้านค้างชำระ และหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลค้างชำระด้วยจะนำมาเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่ ตัวอย่าง เช่น หนี้ผ่อนบ้านค้างชำระ 2 ล้านบาท และหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลค้างชำระรวมอีก 5 แสนบาท จะเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่อย่างไร

จากตัวอย่างข้างต้น ยอดหนี้ที่เข้าร่วมได้ คือ หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลค้างชำระจำนวน 5 แสนบาทเท่านั้น

19. ช่องทางการชำระเงิน

รับชำระเงินผ่านระบบ Bill Payment

  • แบบฟอร์มการชำระเงิน (Pay – in)
  • บัตรชำระเงิน (Payment Card)

ธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง

  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

ค่าธรรมเนียม

  • ลูกหนี้เป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียม
    อัตราค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 10-35 บาท ขึ้นอยู่แต่ละธนาคาร

หลักฐานการชำระเงิน

  • ติดต่อรับใบรับเงินชั่วคราวจาก บสส.
  • ติดต่อรับใบเสร็จรับเงินจากธนาคารพาณิชย์เจ้าหนี้
20. ถ้ามีรายได้เพิ่มในภายหลัง – จะขอชำระเพิ่ม หรือชำระปิดยอดก่อนกำหนดได้หรือไม่

ชำระเพิ่มในแต่ละงวดได้ แต่งวดถัดไปต้องชำระตามปกติและสามารถชำระปิดยอดเร็วกว่ากำหนดได้ โดยไม่มีค่าปรับ หรือ ค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด

21. เมื่อเข้าร่วมโครงการแล้ว จะกลายเป็นลูกหนี้ของ SAM หรือ ยังคงเป็นลูกหนี้ของธนาคาร

ยังคงเป็นลูกหนี้ธนาคารเช่นเดิม

เงื่อนไขการปฏิบัติตนขณะเข้าร่วม โครงการ

1. เมื่อเข้าร่วมโครงการ มีเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติอย่างไร

มีเงื่อนไขเพียงชำระค่างวดตรงตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ และให้คำยืนยันไม่ก่อภาระหนี้เพิ่มในระยะเวลา 5 ปี นับจากเข้าร่วมโครงการ

2. ถ้าผิดสัญญาปรับโครงสร้างหนี้จะมีผลอย่างไร

มีผลทำให้สัญญาปรับโครงสร้างหนี้สิ้นสุดลง และต้องออกจากโครงการ และธนาคารเจ้าหนี้เดิม จะเป็นผู้ดำเนินการติดตามทวงถามหนี้ต่อไป

3. สามารถตรวจสอบยอดภาระหนี้คงเหลือได้อย่างไร

ทราบได้จากใบรับเงินชั่วคราวที่ บสส. ออกให้ และธนาคารเจ้าหนี้จะออกใบเสร็จรับเงินต่อไป

4. ถ้าไม่สามารถผ่อนชำระตามกำหนดได้ เพราะมีเหตุจำเป็น เช่น ตกงาน ประสบอุบัติเหตุ ประสบภัยพิบัติ เป็นต้น จะสามารถผ่อนผันการชำระหนี้ได้หรือไม่

พิจารณาเป็นกรณีตามเหตุจำเป็น โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ โครงการที่ดูแลเพื่อดำเนินการขอผ่อนผันตามแต่กรณี

5. มีการติดตามการชำระค่างวดอย่างไร

จะมีข้อความแจ้งเตือนและมีการโทร.ติดตามจากเจ้าหน้าที่ แต่หากเป็นกรณีที่ค้างชำระเกิน 90 วัน สัญญาฯ จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

6. หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน สามารถผ่อนผันให้ก่อหนี้ใหม่ได้หรือไม่

ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ และไม่สามารถก่อหนี้ใหม่ได้ ทั้งนี้ ให้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่โครงการ

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.