Widget Image
About Us
Lorem ipsum dolor sit amet, movet iisque luptatum per ut. Duo te sonet accusata sadipscing, mollis dissentiet an eam, te qui brute apis.
Contact Us
INFO@AUTOSERVICES.COM
1-779-333-67992
ROTTERDAM, NE/33E

คำถามที่พบบ่อย

ความเป็นมาของโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

1. โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคล ที่ไม่มีหลักประกันคืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร

โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน หรือที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “คลินิกแก้หนี้” เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะหน่วยงานที่กำกับสถาบันการเงิน ที่ต้องการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนอย่างมีประสิทธิภาพ โดย ธปท.ได้รับความร่วมมือจากสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ ธนาคารพาณิชย์ของไทยและต่างประเทศจำนวน 16 แห่ง ร่วมกันจัดตั้งโครงการฯ นี้ขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการแก้ไขปัญหาหนี้สินส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันโดยเฉพาะหนี้ที่มีเจ้าหนี้หลายราย

2. วัตถุประสงค์ของโครงการฯ คือ อะไร

วัตถุประสงค์ คือ เพื่อให้ประชาชนสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินของตนเองตามความสามารถที่แท้จริง โดยลูกหนี้สามารถได้ข้อยุติกับธนาคารเจ้าหนี้ในคราวเดียวผ่านหน่วยงานกลางที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาแทนเจ้าหนี้ทุกรายอย่างครบวงจรภายใต้หลักเกณฑ์และกรอบกฎหมายที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

3. คลินิกแก้หนี้คืออะไร

คลินิกแก้หนี้ คือ หน่วยงานกลางที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้แทนเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินและผู้ประกอบการทางการเงินทุกรายของลูกหนี้อย่างครบวงจร ภายใต้เกณฑ์และกรอบกฎหมายที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้ประชาชนมีโอกาสปลดหนี้สินล้นพ้นตัวได้ นอกจากนี้ยังให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนให้มีการวางแผนและบริหารการเงินที่ดี เพื่อจะไม่ตกอยู่ในวังวนของการมีหนี้สินล้นพ้นตัวอีก

4. คลินิกแก้หนี้มีบทบาทหน้าที่อย่างไร
  1. เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้แทนเจ้าหนี้สถาบันการเงินของลูกหนี้อย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้ประชาชนมีโอกาสปลดภาระหนี้สินด้วยความสมัครใจ
  2. ปฎิบัติงานร่วมกับธนาคารเจ้าหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ ตามหลักเกณฑ์การปรับโครงสร้างหนี้ เงื่อนไขและแนวทางการปฏิบัติงานซึ่งทุกฝ่ายได้ตกลงเห็นชอบร่วมกัน
  3. ให้ความรู้ด้านการเงิน เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนเพื่อให้สามารถบริหารจัดการหนี้สินของตนเองได้
5. โครงการฯ มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชนอย่างไร?

หากลูกหนี้ที่มีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีเจ้าหนี้หลายรายและต้องการปลดภาระหนี้สินทั้งสิ้น โครงการฯ จะช่วยหาแนวทางการชำระหนี้ตามความสามารถที่แท้จริงของลูกหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้ได้ข้อยุติในคราวเดียว โดยจะมีโอกาสและความสะดวกมากขึ้น เพียงมาเจรจาที่คลินิกแก้หนี้ที่เดียว ก็เสมือนได้ติดต่อกับเจ้าหนี้ทุกรายแทนลูกหนี้ (One Stop Service) ซึ่งต่างจากที่ผ่านมา กรณีที่ลูกหนี้มีเจ้าหนี้หลายรายและตั้งใจจะปลดภาระหนี้สินทั้งหมด ลูกหนี้จะต้องไปเจรจากับเจ้าหนี้ทีละรายๆ จนครบทุกราย ซึ่งยากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะเจ้าหนี้แต่ละรายมีหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่แตกต่างกัน

6. เหตุใดจึงเลือกช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล

เป็นโครงการนำร่อง โดยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและมีหนี้กับธนาคารหลายแห่งจึงเริ่มต้นช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มนี้ก่อน

7. SAM คือ ใคร มีบทบาทและหน้าที่อย่างไร?

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด SAM หรือ บสส. เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ ภายใต้กำกับของ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฯ) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลัก SAM มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ดำเนินงานบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Non-performing loan : NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (Non-performing asset : NPA) มาตั้งแต่ปี 2543  เป็นหน่วยงานรัฐ ที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการคลินิกแก้หนี้ตามนโยบาย ด้วยทีมบุคลากรที่มีความรู้และทักษะในการดำเนินงานแก้ไขหนี้ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมากว่า 17 ปี

รายละเอียดคุณสมบัติ เงื่อนไขและประโยชน์ที่จะได้รับ

1. คุณสมบัติของลูกหนี้ที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการมีอะไรบ้าง
  1. บุคคลธรรมดา มีเงินเดือนประจำ
  2. อายุไม่เกิน 65 ปี
  3. มีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ค้างเกินกว่า 3 เดือน กับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป ก่อนวันที่ 1พฤษภาคม 2560
  4. ไม่ถูกฟ้องดำเนินคดี
  5. ยอดหนี้เงินต้นค้างชำระรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท
2. สมัครเข้าร่วมโครงการ ผ่านช่องทางใดได้บ้าง
  1. ผ่านทางเว็บไซต์  www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com
  2. ติดต่อที่ สำนักงานโครงการ
    เลขที่ 333 อาคารเล้าเป้งง้วน 1 ชั้น 12 ซอยเฉยพ่วง
    ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
  3. ติดต่อที่ สาขาของ บสส. 4 สาขา
    – สาขาสุราษฎร์ธานี – 213/17 หมู่ 1 ถนนเพชรเกษม ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
    – สาขาขอนแก่น – 381/46-47 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ  ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
    – สาขาพิษณุโลก – 5/16-17 หมู่ 5 ถนนสิงหวัฒน์ ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
    – สาขาเชียงใหม่ – 109/4 ถนนเชียงใหม่-ลำปาง (ท.ล.11) กม.98.7 เทศบาลตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300
  4. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 0 2610 2266
3. Call Center เวลาเปิด – ปิด ทำการกี่โมง

Call Center เวลาทำการ 08.30 น. – 17.00 น.  วันทำการ คือ  วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เว้นวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

4. กรณีมีการกรอกข้อมูลในเว็บไซต์แล้ว จะมีการติดต่อกลับภายในกี่วันและหากไม่มีการติดต่อกลับ ลูกค้าควรทำอย่างไร

เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไม่เกิน 1 วันทำการ แต่หากลูกค้าไม่ได้รับการติดต่อกลับ ขอให้ลูกค้าโทร.มาที่ Call Center 0 2610 2266 เพื่อสอบถามเพิ่มเติม

5. สมัครเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว จะเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่ และจะได้ประโยชน์อะไร

ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ประโยชน์ที่จะได้รับ คือ ชำระเฉพาะเงินต้นค้างชำระ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราผ่อนปรนไม่เกิน 7% ตามช่วงรายได้ ระยะเวลาผ่อนชำระได้ไม่เกิน 10 ปี

6. เกณฑ์การพิจารณาเข้าร่วมโครงการเป็นอย่างไร

ลูกค้าที่มีความสมัครใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ วันที่ 1 มิ.ย. 60 เป็นต้นไป โดยจะต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ รวมถึงการวิเคราะห์ รายได้ รายจ่าย แล้วมีเงินสดคงเหลือเพียงพอในการผ่อนชำระตามเงื่อนไข

7. ต้องเตรียมตัวอย่างไร และใช้เอกสารอะไรบ้าง

ใช้เอกสารประกอบที่จำเป็นตามแต่กรณี ดังนี้

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาบัตรข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. ใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)
  4. เอกสารการตรวจสอบข้อมูลภาระหนี้จากเครดิตบูโร
  5. สลิปเงินเดือน ย้อนหลัง 3-6 เดือน
  6. เอกสารแสดงการเดินบัญชี (statement) อย่างน้อย 6 เดือนย้อนหลัง
  7. บัตรเงินบำนาญ (กรณีเป็นข้าราชการ)
  8. ใบแนบหนังสือสั่งจ่าย (กรณีเป็นข้าราชการ)
  9. หลักฐานการแสดงรายได้อื่น เช่น สัญญาให้เช่า สัญญาว่าจ้าง ฯลฯ
  10. ใบแจ้งหนี้ / เอกสารแสดงความเป็นหนี้
8. ทำไมต้องตรวจสอบข้อมูลจากเครดิตบูโร วิธีการทำอย่างไร เสียค่าใช้จ่ายเท่าไร

เพื่อให้ทราบข้อมูลภาระหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้ โดยตรวจสอบได้ที่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) หรือที่ธนาคารพาณิชย์ และที่สำนักงาน บสส. ค่าธรรมเนียมครั้งละไม่เกิน 150 บาท

9. จะทราบได้อย่างไรว่าตนเองเป็นหนี้ด้อยคุณภาพ

เป็นหนี้ค้างชำระธนาคาร โดยที่ลูกหนี้ไม่ได้ชำระเงิน หรือชำระเงินขั้นต่ำใดๆ ตามที่ธนาคารเจ้าหนี้แจ้งให้ชำระ
และธนาคารมีการแจ้งข้อมูลเป็นหนี้ด้อยคุณภาพไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร)

10. จะมีการรายงานประวัติลูกค้าต่อบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) หรือไม่

ลูกหนี้ต้องสมัครใจและยินยอมให้มีการรายงานโดยธนาคารเจ้าหนี้เป็นผู้แจ้งไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร)

11. หนี้บัตรเครดิตทุกใบสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้หรือไม่

ในช่วงแรกของโครงการ ต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการนี้เท่านั้น และยกเว้นบัตรเครดิตที่ออกโดยบริษัทในเครือของธนาคารฯ

12. ธนาคารพาณิชย์ใดบ้างที่เข้าร่วมโครงการนี้

16 ธนาคาร ดังนี้

– ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด  (มหาชน)
– ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์ จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารซิตี้แบงค์ เอ็น.เอ.
– ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน)

13. สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทไหนที่เข้าร่วมโครงการได้

สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการ

14. มีบัตรเครดิตหลายแห่ง ขอนำยอดมาเข้าบางส่วนได้ไหม บัตรเครดิตบางใบยังเป็นหนี้ดีอยู่จะใช้ต่อไปได้ไหม

สามารถนำยอดหนี้บัตรเครดิตเฉพาะบัตรที่เป็นหนี้เสียทุกใบมาเข้าร่วมโครงการฯ และมียอดหนี้เงินต้นคงค้างไม่เกิน 2 ล้านบาท ส่วนหนี้บัตรเครดิตที่ดีอยู่ก็ยังสามารถใช้ต่อไปได้

15. ถ้ารายได้ของลูกค้าไม่เพียงพอผ่อนชำระสามารถนำรายได้ของผู้อื่นมาช่วยผ่อนชำระได้หรือไม่

ไม่ได้

16. มีหนี้นอกระบบอยู่ จะเอามาผ่อนด้วยในโครงการได้ไหม

ไม่ได้

17. มีรายได้ประจำหมายความว่าอย่างไร

หมายถึง รายได้ที่เป็นเงินเดือนประจำ โดยต้องมีเอกสารหลักฐานแสดงรายได้ดังนี้

  1. กรณีมีรายได้เฉพาะเงินเดือน ให้ใช้สลิปเงินเดือน และ Statement บัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน กรณีไม่มีสลิปเงินเดือนให้ใช้หนังสือรับรองเงินเดือนที่ออกโดยนิติบุคคล
  2. กรณีมีเงินเดือนและรายได้อื่นๆ เช่น ค่าคอมมิชชั่นต่างๆ , ค่าโอที , ค่าเบี้ยเลี้ยง ฯลฯ ให้ใช้สลิปเงินเดือน และ Statement บัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน กรณีไม่มีสลิปเงินเดือนให้ใช้หนังสือรับรองเงินเดือนที่ออกโดยนิติบุคคล
18. หากมีทั้งยอดหนี้ผ่อนบ้านค้างชำระ และหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลค้างชำระด้วยจะนำมาเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่ ตัวอย่าง เช่น หนี้ผ่อนบ้านค้างชำระ 2 ล้านบาท และหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลค้างชำระรวมอีก 5 แสนบาท จะเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่อย่างไร

จากตัวอย่างข้างต้น ยอดหนี้ที่เข้าร่วมได้ คือ หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลค้างชำระจำนวน 5 แสนบาทเท่านั้น

19. ช่องทางการชำระเงิน

รับชำระเงินผ่านระบบ Bill Payment

  • แบบฟอร์มการชำระเงิน (Pay – in)
  • บัตรชำระเงิน (Payment Card)

ธนาคารพาณิชย์ 4 แห่ง

  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ค่าธรรมเนียม

  • ลูกหนี้เป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียม
    อัตราค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 10-35 บาท ขึ้นอยู่แต่ละธนาคาร

หลักฐานการชำระเงิน

  • ติดต่อรับใบรับเงินชั่วคราวจาก บสส.
  • ติดต่อรับใบเสร็จรับเงินจากธนาคารพาณิชย์เจ้าหนี้
20. ถ้ามีรายได้เพิ่มในภายหลัง – จะขอชำระเพิ่ม หรือชำระปิดยอดก่อนกำหนดได้หรือไม่

ชำระเพิ่มในแต่ละงวดได้ แต่งวดถัดไปต้องชำระตามปกติและสามารถชำระปิดยอดเร็วกว่ากำหนดได้ โดยไม่มีค่าปรับ หรือ ค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด

21. เมื่อเข้าร่วมโครงการแล้ว จะกลายเป็นลูกหนี้ของ SAM หรือ ยังคงเป็นลูกหนี้ของธนาคาร

ยังคงเป็นลูกหนี้ธนาคารเช่นเดิม

เงื่อนไขการปฏิบัติตนขณะเข้าร่วม โครงการ

1. เมื่อเข้าร่วมโครงการ มีเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติอย่างไร

มีเงื่อนไขเพียงชำระค่างวดตรงตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ และให้คำยืนยันไม่ก่อนภาระหนี้เพิ่มในระยะเวลา 5 ปี นับจากเข้าร่วมโครงการ

2. ถ้าผิดสัญญาปรับโครงสร้างหนี้จะมีผลอย่างไร

มีผลทำให้สัญญาปรับโครงสร้างหนี้สิ้นสุดลง และต้องออกจากโครงการ และธนาคารเจ้าหนี้เดิม จะเป็นผู้ดำเนินการติดตามทวงถามหนี้ต่อไป

3. สามารถตรวจสอบยอดภาระหนี้คงเหลือได้อย่างไร

ทราบได้จากใบรับเงินชั่วคราวที่ บสส. ออกให้ และธนาคารเจ้าหนี้จะออกใบเสร็จรับเงินต่อไป

4. ถ้าไม่สามารถผ่อนชำระตามกำหนดได้ เพราะมีเหตุจำเป็น เช่น ตกงาน ประสบอุบัติเหตุ ประสบภัยพิบัติ เป็นต้น จะสามารถผ่อนผันการชำระหนี้ได้หรือไม่

พิจารณาเป็นกรณีตามเหตุจำเป็น โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ โครงการที่ดูแลเพื่อดำเนินการขอผ่อนผันตามแต่กรณี

5. มีการติดตามการชำระค่างวดอย่างไร

จะมีข้อความแจ้งเตือนและมีการโทร.ติดตามจากเจ้าหน้าที่ แต่หากเป็นกรณีที่ค้างชำระเกิน 90 วัน สัญญาฯ จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

6. หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน สามารถผ่อนผันให้ก่อหนี้ใหม่ได้หรือไม่

ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ และไม่สามารถก่อหนี้ใหม่ได้ ทั้งนี้ ให้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่โครงการ

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.