Widget Image
About Us
Lorem ipsum dolor sit amet, movet iisque luptatum per ut. Duo te sonet accusata sadipscing, mollis dissentiet an eam, te qui brute apis.
Contact Us
INFO@AUTOSERVICES.COM
1-779-333-67992
ROTTERDAM, NE/33E

การปรับหลักเกณฑ์โครงการคลินิกแก้หนี้

การปรับหลักเกณฑ์โครงการคลินิกแก้หนี้

นางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารพาณิชย์ 16 แห่ง* สมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ โดยการสนับสนุนของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดตั้งโครงการคลินิกแก้หนี้ขึ้น เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในการแก้ปัญหาหนี้อย่างเป็นระบบ ช่วยเหลือลูกหนี้ที่สุจริตและมีความตั้งใจจริง ให้มีโอกาสปลดภาระหนี้ที่มีกับเจ้าหนี้หลายรายให้อยู่ในระดับที่จัดการได้ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ควบคู่กับการให้ความรู้และสร้างวินัยทางการเงินที่ดี โดยมอบหมายให้บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางเพื่อทำหน้าที่แทนเจ้าหนี้ในการปรับปรุง โครงสร้างหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ และเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561 เป็นต้นมา

เพื่อให้โครงการสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ได้ตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้ง จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการ กำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้ ซึ่งประกอบด้วย สมาคมธนาคาร ธนาคารพาณิชย์ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด และผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อกำกับดูแลและติดตามการดำเนินการของโครงการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนไป

นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ประธานกรรมการ บสส. เปิดเผยว่า ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาโครงการได้ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 594 ราย ภาระหนี้รวม 129.65 ล้านบาท และในสิ้นเดือนเมษายนนี้ จะมีลูกหนี้ที่ผ่อนชำระเสร็จสิ้นเป็นรายแรก นอกจากการแก้ไขปัญหาหนี้แล้ว บสส. ได้จัดอบรมความรู้ทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการทุกราย ช่วยให้ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งบรรยายให้แก่พนักงานขององค์กรต่าง ๆ เพื่อเสริมสุขภาพทางการเงินที่ดีให้แก่คนในสังคม ลดความฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย เพื่อช่วยลดปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนทั้งทางตรงและทางอ้อม

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้ และธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ได้ร่วมมือกันและเสียสละผลประโยชน์ของธนาคารโดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของลูกหนี้เป็นสำคัญ รวมทั้งนายทีบอร์ พานติ กรรมการสมาคมธนาคารนานาชาติ ได้กล่าวย้ำถึง ความรับผิดชอบสำคัญของสถาบันการเงินที่จะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหนี้อย่างเป็นระบบ และความร่วมมือในกันภายในกลุ่มธุรกิจการเงินการธนาคาร ดังนั้น เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2561 จึงได้พิจารณาขยายกลุ่มลูกหนี้ให้ครอบคลุมบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ไม่ประจำ รวมทั้งปรับหลักเกณฑ์การพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ให้ยืดหยุ่นขึ้นเพื่อให้สอดรับกับรูปแบบรายได้ของลูกหนี้ที่หลากหลาย ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการเข้าโครงการได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป จะขยายขอบเขตเพิ่มเติมให้ครอบคลุมถึงลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันที่ค้างชำระเกินกว่า 3 เดือนก่อนวันที่ 1 เมษายน 2561 ทั้งกลุ่มที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี และกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีแล้วแต่ยังไม่มีคำพิพากษา จากเดิมเมื่อเริ่มต้นโครงการ (นำร่อง) ที่กำหนดเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ที่มีรายได้ประจำ ค้างชำระเกินกว่า 3 เดือนก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 และยังไม่ถูกดำเนินคดี เพื่อให้โครงการสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น คาดว่าจะมีลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมโครงการได้เพิ่มขึ้นประมาณ 50,000 ราย ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) โทรศัพท์ 0-2610-2266 หรือสมัครที่เว็บไซต์ www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com